ถ้ำพระ

Print Friendly, PDF & Email

วัดถ้ำพระ

แต่เดิมชาวบ้านเรียกว่าถ้ำผาจันทน์แดง เพราะบริเวณผาหน้าถ้ำมีต้นจันทน์แดงขึ้นเป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่บนเทือกเขาพระยาพ่อ เขตติดต่อระหว่างจังหวัดชัยภูมิกับจังหวัดเพชรบูรณ์  หน้าถ้ำเคยเป็นเส้นทางคมนาคมสมัยโบราณที่ใช้ติดต่อค้าขายระหว่างเมืองชัยภูมิกับเมืองเพชรบูรณ์ และหัวเมืองทางเหนือ  ต่อมาประมาณปี พ.ศ.2510 ได้มีนายบัวลี แสงจันทร์ชาวบ้านเจียง ได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาตั้งหมู่บ้านซึ่งอยู่ห่างจากถ้ำผาจันทน์แดงประมาณ 3 ก.ม.ปัจจุบันกลายเป็นหมู่บ้านแหลมทอง ในช่วงเวลานั้นได้มีพระธุดงค์มาธุดงค์กรรมฐานตามป่า เขา และได้มาพักอาศัยบำเพ็ญภาวนาอยู่ภายในถ้ำผาจันทน์แดง

 

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีพระมาจำพรรษาที่ถ้ำแห่งนี้มาโดยตลอด ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ.2519 ได้มีภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งได้มาบำเพ็ญเจริญสมาธิภาวนาอยู่ในถ้ำปรากฏเห็นนิมิต เป็นดวงแก้วใสสว่างลอยออกจากเพดานถ้ำลงมา และปรากฏเป็นร่างของพระภิกษุชรารูปหนึ่ง อายุประมาณ 60 ปี สูงประมาณ 180 ซ.ม. ห่มจีวรสีกรักออกดำมือชี้ไปทีแสงที่ปรากฏอยู่บนเพดานของถ้ำ เมื่อออกจากสมาธิแล้วก็ได้มาปรึกษากับหลวงปู่คำพันธ์ที่เป็นอาจารย์ในขณะนั้นหลวงปู่จึงบอกให้ชาวบ้านทำนั่งร้านขึ้นไป แล้วใช้เหล็กสกัดหินดูปรากฏว่าเป็นโพรงถ้ำภายในถ้ำพบโครงกระดูกมนุษย์ซึ่งกลายเป็นหิน บริเวณด้านข้างพบหม้อดินเผาภายในบรรจุหินสีดำเท่ากับลูกพุทรา หินสีดำแท่งหนาประมาณ 2 นิ้ว ยาวประมาณ 4 นิ้ว  หินรูปขวานขนาดเล็ก และเปลือกหอยยาวคล้ายกับใบมีดโกน จึงนำของเหล่านั้นลงมา  การได้ค้นพบโครงกระดูกพระสมัยโบราณครั้งนั้นเป็นที่อัศจรรย์กับพระสงฆ์และชาวบ้านที่ได้พบเห็นเป็นอันมาก จึงได้บรรจุอัฐิไว้ในธาตุประดิษฐานไว้บนยอดเขาแล้วมีการทำบุญอุทิศตามประเพณีโบราณได้กระทำสืบทอดกันมา ที่กล่าวว่าเป็นโครงกระดูกของพระสมัยโบราณอายุประมาณเกือบ 2,000 ปีนั้น สันนิฐานว่า หม้อดินเผานั้นเป็นบาตรดินที่พระสมัยโบราณเคยใช้ในสมัยนั้น ส่วนโครงกระดูกมีคนเคยให้กรมศิลป์พิสูจน์ว่าอายุประมาณอายุเท่าไร ประกอบกับนิมิตของภิกษุหนุ่มที่ได้ปรากฏเห็นเป็นพระภิกษุ นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจึงได้ชื่อว่า ถ้ำพระจนมาถึงปัจจุบันนี้.

Post Author: Admin